ฟันน้ำนมเดี๋ยวก็ร่วง จะห่วงไปทำไม?

30 November -0001

ฟันน้ำนมเดี๋ยวก็ร่วง จะห่วงไปทำไม?

แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วฟันน้ำนมนั้นสำคัญกับอนาคตลูกน้อยมากกว่าที่คิด!




ฟันน้ำนม สิ่งสำคัญที่พ่อแม่มักมองข้าม


ด้วยสภาวะการณ์ปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการจะเลี้ยงลูกซักคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่จะเลี้ยงให้ดีนั้นยากมากยิ่งกว่าหลายเท่า แต่ด้วยความรัก ความหวังดีที่เหล่าพ่อแม่ทุกคนมีต่อลูกน้อย ก็จะทำให้พวกเขาพยายามทุกวิถีทางที่จะสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกมาให้ได้ 


แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเติบโตของลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนมักมองข้ามไปก็คือ ความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟันน้ำนม’ เพราะด้วยชุดความคิดผิดๆ ที่คนทั่วไปมักเข้าใจกันว่า ‘ฟันน้ำนมเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญและไม่ต้องดูแล เพราะขึ้นมาแค่ช่วงสั้นๆ แป๊ปเดียว เดี๋ยวก็ร่วงไปแล้ว’ แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงแล้ว ฟันน้ำนมที่สุขภาพดีนั้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญและส่งผลต่ออนาคตของลูกน้อยในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การพูดคุย และมีผลต่อการเรียงตัวของฟันแท้ที่จะขึ้นมาในอนาคต การเกิดฟันคุด รวมไปถึงโครงหน้าของลูกตอนโตอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่พ่อแม่ทุกคน ควรเริ่มต้นดูแลฟันน้ำนมของลูกตั้งแต่ตอนนี้                       



ฟันน้ำนมจะขึ้นมาตอนไหน?


ฟันน้ำนม (Deciduous teeth) นั้นเป็นฟันชุดแรกของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด โดยทารกทุกคนที่พึ่งเกิดมาจะมีฟันน้ำนมครบเซ็ตทั้งหมด 20 ซี่ซ่อนอยู่ข้างใต้เหงือก และเมื่อทารกโตจนอายุ 6 เดือน - 1 ปี ฟันน้ำนมซี่แรกถึงจะโผล่ออกมาดูโลก และหลังจากนั้นจะใช้เวลาจนทารกอายุประมาณ 3 ขวบ ถึงจะออกมาจนครบทุก 20 ซี่พร้อมให้ลูกน้อยใช้งานได้อย่างเต็มที่


แต่เมื่อเด็กเติบโตจนอายุประมาณ 5-6 ปี ฟันน้ำนมจะค่อยๆ หลุดไปตามกลไกธรรมชาติ รอให้ฟันเซ็ตที่สองอย่าง ‘ฟันแท้’ ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งใช้เวลาอีกหลายต่อหลายปีกว่าที่ฟันแท้ทั้งหมด 32 ซี่จะขึ้นมาจนครบและรวมตัวกันเป็นช่องปากที่สวยงาม


แล้วฟันน้ำนมสำคัญอย่างไร ทำไมต้องดูแล?


ด้วยความที่ฟันน้ำนมนั้นไม่ได้เป็นฟันที่จะอยู่กับลูกน้อยตลอดไป ทำให้พ่อแม่หลายคนมักไม่ให้ความสำคัญในการดูแล หรือดูแลอย่างผิดวิธี จนทำให้เกิดปัญหาอย่างเช่นฟันผุได้ โดยในงานวิจัยของ California Dental Association (CDA) นั้นบอกว่า ฟันผุนั้นเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่เกิดขึ้นมากเป็นอันดับหนึ่งในเด็ก และยังบอกอีกว่ากว่า 50% ของเด็กในแคลิฟอร์เนียเคยมีปัญหาฟันผุก่อนเข้าวัยอนุบาลอีกด้วย


โดยสาเหตุของการฟันผุนั้น เกิดจากการสะสมกันของแบคทีเรีย และจะเกิดได้ง่ายขึ้น หากรับประทานของเหลวที่มีความหวานมากๆ เช่น น้ำหวาน นม น้ำผลไม้ หรือแม้แต่น้ำนมแม่ และไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี และฟันน้ำนมนั้นยังมีผิวเปลือกนอกที่บางกว่าฟันแท้ ทำให้มีโอกาสผุได้มากกว่า แถมยังสามารถผุได้ตั้งแต่ก่อนที่ฟันน้ำนมซี่แรกจะออกมาเสียอีก


สิ่งที่ตามมาหลังจากฟันที่ผุนั้น แน่นอนว่าก็คือ ‘ความเจ็บปวด’ ซึ่งอาการปวดฟันแม้แต่ในผู้ใหญ่อย่างเราๆ เอง ก็ปวดกันจนแทบจะทนไม่ได้ ทำให้ไม่ต้องนึกภาพว่าถ้าลูกน้อยของเราปวดฟันล่ะก็จะทรมานแค่ไหน และฟันที่ผุนั้นก็อาจจะส่งผลไปถึงขั้นทำให้ฟันน้ำนม ‘หลุดร่วง’ ไปก่อนวัย ทำให้ส่งผลร้ายตามมามากมาย ดังนี้

-การกิน การที่ลูกน้อยเคี้ยวอาหารแล้วปวด หรือฟันน้ำนมที่ควรจะมีอยู่แต่กลับร่วงไปก่อนวัย จะส่งผลให้ลูกน้อยกินอาหารได้น้อยกว่าที่ควร ทำให้อาจจะได้รับโภชนาการไม่เพียงพอ และส่งผลต่อการเจริญเติบโตไม่เต็มที่


-การพูด แน่นอนว่าอาการปวดนั้น ส่งผลต่อการพูดอย่างแน่นอน เพราะในวัยเด็กที่เป็นวัยช่างสงสัยช่างถาม ถ้ามีอาการปวดฟันเป็นตัวขัดขวางอาจจะส่งผลทำให้พูดน้อย และฟันที่หลุดร่วงไปอาจส่งผลให้การออกเสียงไม่ชัด กลายเป็นปัญหาในการเข้าสังคม จนอาจเกิดเป็นปมเล็กๆ ในใจขึ้นมาได้


-การนอน ในช่วง 2,000 วันแรกของชีวิตของมนุษย์นั้นสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงวัยที่สมองผลิตเซลล์ประสาทได้มากที่สุด และส่วนใหญ่การพัฒนาสมองของเด็กนั้นเกิดขึ้นตอนนอน โดยเด็กต้องการชั่วโมงการนอนมากถึง 10-16 ชั่วโมงต่อวันขึ้นอยู่กับช่วงวัย ถ้าเด็กมีอาการปวดฟัน อาจทำให้มีการตื่นขึ้นมากลางดึกและทำให้กระบวนการเติบโตของสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ 


-โครงสร้างของฟันแท้ หน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของฟันน้ำนมที่ดีก็คือ จับจองพื้นที่สำหรับให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนได้อย่างสวยงาม เพราะฉะนั้นถ้าฟันน้ำนมที่ดูแลไม่ดีและร่วงหลุดไป จะทำให้ฟันที่อยู่ด้านข้างเขยิบเข้ามาใกล้ช่องว่างตรงนั้น และพอมีฟันแท้ขึ้นมาแทนจะทำให้ฟันบริเวณนั้นอยู่ใกล้ชิดกันมากเกินไป หรือเรียกว่าฟันเบียดนั่นเอง และการผุของฟันน้ำนมที่ไม่ได้รับการรักษานั้น ยังสามารถส่งต่อไปยังฟันแท้ที่กำลังจะขึ้นมาแทน ให้ผุตามได้อีกด้วย 


เห็นไหมว่าฟันน้ำนมของเด็ก ที่ควรจะเป็นแค่เรื่องเด็กๆ แต่ปัญหาที่ตามมาจากการดูแลไม่ดีนั้นไม่เด็กเอาเสียเลย มาถึงตอนนี้แล้ว หลายคนที่มีลูกในวัยฟันน้ำนมคงเริ่มอยากรู้ว่าต้องดูแลฟันน้ำนมให้ลูกน้อยยังไง ถึงจะไม่เกิดปัญหาฟันผุจนพ่วงเรื่องน่าปวดหัวตามมาอีกเพียบ เอาล่ะ เราไปดูวิธีกันเลย

 

วิธีการดูแลฟันน้ำนมของลูกน้อย

อย่างที่ได้บอกไปว่าฟันน้ำนมนั้น มีผิวเปลือกนอกที่บางกว่าฟันแท้ จึงมีโอกาสเกิดฟันผุได้ง่ายกว่า ทำให้พ่อแม่ไม่สามารถใช้วิธีการดูแลฟันแท้ของตัวเองมาใช้กับฟันน้ำนมของลูกได้ แต่ต้องเพิ่มความละเอียด และขั้นตอนที่พิเศษบางอย่างเข้าไป ซึ่งวิธีการดูแลในแต่ละช่วงวัยของเด็กก็จะแตกต่างกันไป ดังนี้

สำหรับเด็กแรกเกิด - 12 เดือน

  • การดูแลฟันน้ำนมของเด็กแรกเกิดนั้น ควรเริ่มต้นดูแลตั้งแต่วันแรกๆ หลังจากที่คลอดออกมา โดยวิธีการคือใช้ผ้าชุบน้ำที่สะอาด เช็ดไปเบาๆ บริเวณเหงือกของทารกเพื่อทำความสะอาด เพราะฟันผุสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ฟันน้ำนมยังไม่โผล่ออกมาด้วยซ้ำ

  • ทันทีที่ฟันน้ำนมซี่แรกโผล่ขึ้นมา ให้ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนๆ สำหรับเด็ก ทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง (ปกติแล้วจะเป็นช่วงเวลาก่อนนอน) และพยายามอย่าวางขวดนมทิ้งไว้กับลูก เพราะถ้าลูกตื่นขึ้นมาดื่มนมเองหลังแปรงฟันแล้ว อาจจะทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียได้

  • ถ้าเอาขวดนมห่างจากตัวลูกตอนนอนไม่ได้ ควรใส่น้ำเปล่าเข้าไป แทนที่จะเป็นนมหรือน้ำผลไม้

  • ถ้าให้นมลูกก่อนนอน อย่าลืมทำความสะอาดฟันให้เรียบร้อยด้วย

  • พยายามหลีกเลี่ยงการให้น้ำผลไม้ถ้าไม่จำเป็น หรือถ้าจะให้ ควรกำหนดให้ไม่เกิน 125 มิลลิลิตรต่อวัน และให้พร้อมกับอาหารมื้อหลักหรืออาหารว่างเท่านั้น

  • ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์อย่างน้อย 1 ครั้งภายใน 6 เดือนหลังฟันน้ำนมซี่แรกโผล่ขึ้นมา หรือก่อนอายุครบ 12 เดือน


สำหรับเด็ก 1 ปี - 2 ปี

  • ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเมื่ออายุครบ 1 ปี

  • แปรงฟันให้ลูกทุกๆ วัน โดยขอคำปรึกษาจากทันตแพทย์ที่พบ ว่าควรใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ (Fluoride) หรือไม่

  • หมั่นตรวจสอบสัญญาณการผุของฟันอย่างน้อยเดือนละครั้ง วิธีการคือให้เผยอริมฝีปากบนของลูกขึ้น และมองหาจุดสีขาว หรือน้ำตาลบนฟัน หรือเหงือก ถ้าพบแม้แต่จุดเดียว ให้รีบพาไปหาทันตแพทย์เพื่อหาวิธีรักษา

  • ช่วง 12-15 เดือน สำหรับทุกเครื่องดื่ม ควรเปลี่ยนวิธีดื่มจากขวดเป็นแก้วแทน

สำหรับเด็ก 3 ปี - 4 ปี


  • สำหรับวัยนี้ เด็กควรจะเริ่มที่จะรู้จักการแปรงฟันด้วยตัวเองแล้ว โดยสิ่งที่ควรสอนลูกคือสูตร ‘2 - 2 - 2’ ซึ่งแนะนำโดยกรมอนามัย คือการแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง โดยเน้นช่วงก่อนนอน, แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที ให้สะอาดทั่วทั้งปาก ทุกซี่ ทุกด้าน และไม่กินขนม หรืออาหารหวานหลังแปรงฟัง 2 ชั่วโมงเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำ

ความสะอาดได้มากกว่า

  • เริ่มใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ในปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว และสอนให้ลูกบ้วนออกมาเมื่อแปรงเสร็จ แทนที่จะกลืนเข้าไป คอยเฝ้าดูเสมอเมื่อพวกเขาแปรงฟัน


ในฐานะพ่อแม่ เราทำอะไรเพื่อลูกน้อยที่ฟันกำลังขึ้นได้บ้าง?

สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรทำนอกจากการแปรงฟันและดูแลความสะอาดช่องปากให้ลูกตามขั้นตอนแล้วก็คือ การหมั่นพาลูกไปหาทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เริ่มตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น และควรพาไปประจำอย่างน้อยทุกๆ ครั้งในรอบครึ่งปี หรือตามที่ทันตแพทย์แนะนำ


อีกอย่างที่ควรทำก็คือการคอยดูแลอาหารการกินให้ลูก เพราะบางทีอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เมื่อลูกรับประทานเข้าไป ฟันน้ำนมที่บอบบางก็อาจถูกทำร้ายได้ และหนำซ้ำ ถ้าดูแลความสะอาดหลังรับประทานไปไม่ดี ก็ทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายเช่นกัน


แต่สิ่งสำคัญสำหรับคนเป็นพ่อแม่ที่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุดถึงจะทำได้ ก็คือการเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาสุขภาพช่องปาก และคอยชักชวนให้ลูกแปรงฟันไปพร้อมๆ กับเรา เพื่อสร้างเสริมนิสัยดีๆ ที่จะสืบต่อไปในอนาคตนั่นเอง



แค่รู้ขั้นตอนอย่างเดียวไม่พอ เครื่องมือที่ดีก็สำคัญ


พื้นฐานสุขภาพช่องปากที่ดีตอนโต เริ่มต้นตั้งแต่วัยฟันน้ำนม เพราะฉะนั้นพอเรารู้แล้วว่าขั้นตอนที่ควรทำในการดูแลรักษาฟันน้ำนมของลูกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟันผุนั้นมีอะไรบ้าง แล้วสิ่งที่ควรทำในฐานะพ่อแม่คืออะไร คำถามถัดมาที่อาจจะเกิดขึ้นและสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ เครื่องไม้เครื่องมือที่เราควรใช้ในการดูแลช่องปากของลูกให้สะอาดห่างไกลฟันผุนั้น ควรจะมีสรรพคุณอย่างไร หาซื้อได้ที่ไหน และจะรู้ได้อย่างไร ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกเรากันล่ะ?


DragCura - Curated Oral Care Shop ร้านขายอุปกรณ์ดูแลช่องปากที่ Curate มาเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยของคุณ


DragCura คือร้านขายอุปกรณ์ดูแลช่องปาก ที่ Curate เอาเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดมาให้คุณและลูกของคุณ

ด้วยความพิถีพิถันมาตรฐานเดียวกับภัณฑารักษ์ที่ Curate ผลงานศิลปะเข้าไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้าที่เรานำมาขายคือสิ่งที่ดีที่สุดโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปมองหาที่ไหนเพื่อมาเปรียบเทียบอีกเลย  


โดยตอนนี้ DragCura ได้มี Kids set ออกมาซึ่ง Curate เอาอุปกรณ์ที่ดีที่สุดที่คุณต้องการใน การดูแลฟันน้ำนมของลูกน้อยมาไว้รวมกัน ซึ่งในเซ็ตประกอบไปด้วย


  1. แปรงสีฟัน Curakid 


แปรงสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ด้วยขนแปรงที่ทำจากวัสดุ CURENⓇ วัสดุเฉพาะของแบรนด์ Curaprox ที่นอกจากจะมีลักษณะอ่อนนุ่มกว่าขนแปรงทั่วไปแล้ว ยังมีจำนวนมากถึง 4260 เส้น ทำให้พ่อแม่สามารถแปรงซอกซอนไปที่บริเวณต่างๆ ในช่องปากของลูกได้อย่างแม่นยำลดโอกาสการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุได้และยังมีด้ามจับที่ถูกออกแบบมาจากการวิจัยและวัสดุที่คัดสรรมา อย่างดี ทำให้ลูกน้อยใช้ได้ถนัดและปลอดภัยที่สุด แถมยังมีสีให้ลูกได้เลือกกันเพลินๆ มากถึง 9 สีอีกด้วย


  1. ยาสีฟัน Giggles 


ยาสีฟันสำหรับเด็กที่คิดค้นโดยทันตแพทย์และเภสัชกรจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับเด็กทำให้สามารถป้องกันฟันผุได้ และมีให้เลือกถึง 4 รสชาติ


  1. ที่ครอบแปรงสีฟัน Flipper 


ที่ครอบแปรงสีฟันที่ชนะรางวัล Reddot Design Award เวทีประกวดผลิตภัณฑ์ระดับโลก มีหน้าที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่ในห้องน้ำไม่ให้มาเกาะที่ขนแปรง และด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารักและสีสันที่สดใสที่มีให้เลือกมากมาย จะช่วยทำให้ลูกน้อยอยากแปรงฟันมากขึ้น



สำหรับใครที่สนใจ สามารถกดเข้าไปสั่งซื้อกันได้ ที่นี่เลย หรือใครที่อยากพาลูกไปดูของจริง เลือกสีที่ชอบพร้อมขอคำแนะนำ ก็สามารถไปที่หน้าร้าน DragCura สาขาต่างๆ ที่สะดวกได้เลย ดูสาขาทั้งหมดได้ที่นี่


Keyword : ดูแลช่องปาก, ลูกน้อย, ฟันน้ำนม, Curate, DragCura, แปรงสีฟันเด็ก, ยาสีฟันเด็ก


อ้างอิง

https://www.cda.org/portals/0/pdfs/untreated_disease.pdf https://raisingchildren.net.au/babies/health-daily-care/dental-care/tooth-decay http://www.ctkidsdentist.com/blog/many-kids-get-cavities-parents-think-baby-teeth-arent-important/ https://www.thaihealth.or.th/Content/30677-แนะดูแลช่องปาก%20แปรงฟันสูตร%202-2-2.html https://www.parents.com/baby/sleep/basics/baby-and-children-sleep-chart/ https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5440010/ https://www.nestedbean.com/blogs/zen-blog/sleep-brain-development-for-babies https://www.sharecare.com/health/childrens-oral-health/does-decay-baby-teeth-adult https://www.caringforkids.cps.ca/handouts/healthy_teeth_for_children https://www.mouthhealthy.org/en/babies-and-kids/childrens-dental-health https://www.mouthhealthy.org/en/az-topics/b/baby-teeth

Related Content

Related Products

© 2019 DragCura

                             

Call (+66) 61998 4249

© 2019 DragCura       Call (+66) 61998 4249